หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์
ฉบับที่ 225 ประจำวันที่ 16-31 พฤษภาคม 2551
"มิทเชลล์ฯ"
เปิดขุมทรัพย์พันล้าน
ปฏิบัติการหนุนสมาชิกรวย
ก้าวไปไกลสุดกู่กับอาณาจักร “มิท เชลล์” ที่ยิ่งใหญ่มูลค่านับพันล้าน. ภายหลังสร้างอาณาจักรใหม่เสร็จ ดันยอดสิ้นปี’50 ไต่ระดับ 1 พันล้าน...3 นักบริหารผู้ยิ่งใหญ่ ขอประกาศเป้าปี’51 ตูม 1.2 พันล้าน.หลังสร้างมนุษย์เงินล้านไปแล้วกว่า 100 คน ยอดสมาชิกไหลกว่า 3 - 4 แสนรหัส มียอด
เติบโตต่อเดือนกว่า 2 หมื่นคน...พร้อมประกาศขอต้อนรับสมาชิกหน้าใหม่ มาสร้างความร่ำรวย และความยิ่งใหญ่ร่วมกัน..!!
...เปิดอาณาจักรใหญ่ “มิทเชลล์” ทุ่มทุนสร้างกว่า 500 ล้าน. หลังซื้ออาคาร สนง. ใหญ่ พร้อมที่จอดรถมูลค่ากว่า 100 ล้าน. นี่ยังไม่นับรวม รง.อุตสาหกรรม-รีสอร์ท-สัมมนา พร้อมห้องพัก ทุ่มอีกกว่า 400 ล้าน.เนรมิต
ทุ่งนาให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาด
ย่อม บนพื้นที่ 20 ไร่ ณ ดินแดนบ้านเกิด จ.สุพรรณบุรี
ภายใต้อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แห่งนี้...ผลักยอดรายได้สิ้นปี 2550 ทะลักเกือบ 1,000 ล้านบาท
บทสรุป 6 ปีที่ผันผ่าน ก้าวสู่ปีที่ 7 มูลค่าขุมทรัพย์นับ 1,000 ล้าน.ที่ซ่อนอยู่ภายใต้อาณาจักร “มิทเชลล์” พร้อมประกาศศักดาต่อสาธารณชนแล้ววันนี้..!!
ดังนั้น...ต้นปี 2551 “3 แม่ทัพใหญ่” พร้อมประกาศเป้าใหญ่ทันที คือต้องมียอดมากกว่า 1,200 ล้าน.หลังผ่านพ้นไตรมาส 1 ยอดการเติบโตโชว์หราสูงกว่า 40%
นี่คือความสุดหรู เลิศอลังการ ที่
“มิทเชลล์” พร้อมหยิบยื่นโอกาสงามให้กับสมาชิกและผู้นำ ภายใต้เครือข่ายที่มีมากกว่า 3 - 4 แสนรหัส ได้สัมผัส...พร้อมยื่นมือต้อนรับนักขายหน้าใหม่เข้ามาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ร่วมกัน..!! อีกนับไม่ถ้วน
ณ ขณะนี้... “มิทเชลล์” สร้างผู้นำเงินล้าน.ไปแล้วกว่า 100 คน ส่วนเรือนแสนนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน...!!
โดย “มิทเชลล์” ให้สิทธิ์...ไม่ว่าจะคนเก่าหรือหน้าใหม่ จะมาก่อนหรือมาทีหลัง ล้วนมีสิทธิ์คว้าเงินล้านได้
ทั้งสิ้น
หากย้อนถามถึง “นวัตกรรม” ทางด้านสินค้า...ยิ่งเป็นจุดแข็งจนน่าเกรงขาม เพราะสินค้ามีพัฒนา การตลอดเวลา และพร้อมที่จะแตกไลน์สินค้าสู่ผู้บริโภคอย่างตรงจุด สนนราคาต่ำสุดเพียงขวดละ 30 บาท...เรียกว่าเข้าถึงแก่นแท้ของรากหญ้าแบบหมดเปลือก ชนิดไร้ข้อกังวล...
และถ้า “มิทเชลล์” มีพัฒนาการแบบนี้ และก้าวไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง...ในเร็ววันนี้ วงการคงเห็น “มิทเชลล์” มียอดติดอันดับ 1 ใน 5 ของขายตรงไทย...ก็อาจเป็น
ไปได้ เช่นกัน
ซูมอาณาจักใหม่ใหญ่ยิ่ง
พร้อมแผนพิชิตยอด1.2พันล.
ธนนันทน์ ราชสิงห์ ประธาน กรรมการ บริษัท มิทเชลล์ เคนเนท มาร์ติน จำกัด ได้เผยกับ “ตลาดวิเคราะห์” ถึง 6 ปีผันผ่านถือว่า พอใจมากกับการเติบโต ปีนี้ก็ครบรอบ 6 ปี ก้าวสู่ปีที่ 7 ในวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่า การเติบโตเกินความคาดหมาย เพราะว่าบริษัทฯ ต้องเร่งขยาย
โรงงานผลิตออกไป จนรับมือแทบไม่ทัน ก็ถือว่าสมาชิกให้การตอบสนองดีมากๆ ซึ่งล่าสุดก็ได้ซื้อเครื่องจักรเพิ่มอีก 3 ตัว นี่เป็นแผนงานที่วางไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับสมาชิกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต บนเนื้อที่ก่อสร้างประมาณ 20 ไร่ ก็จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซน คือ ส่วนโรงงาน สถานที่ฝึกอบรม ก็มีบ้านพักรองรับได้ประมาณ 200 ท่าน มีคลับเฮ้าท์ ในรูปแบบสปา ฟิตเนท และสระว่ายน้ำ ที่ให้การรองรับสมาชิก มิทเชลล์ โดยเฉพาะ
ภายหลังจากที่ มิทเชลล์ สร้างอาณาจักรใกล้เสร็จสิ้น ส่งผลให้ยอดขายปี 2550 ที่ผ่านมา ปิดยอดเกือบ 1,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้ยอดขายน่าจะเพิ่มขึ้นมา 25% แต่เท่าที่ดูไตรมาส 1 ที่ผ่านมา สถิติจะสูงกว่าที่ประเมินไว้มาก เหตุผลอาจเนื่องมาจากความพร้อมของ มิทเชลล์ ที่มีความลงตัวแทบจะทุกด้าน รวมถึงฐานกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขวางขึ้น
สำหรับสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกมาสู่ท้องตลาด ปัจจุบันก็มีการขยายไลน์สินค้าออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน คือ 1. กลุ่มเครื่องดื่มสมุนไพร ที่มีอยู่กว่า 10 รายการ 2. เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสมุนไพรอีก 7 รายการ
ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการวิจัยและ
เตรียมยื่น อย.ที่จ่อคิวอยู่หลายตัวเช่นเดียวกัน
“ต้องบอกว่า มิทเชลล์ เรามีความพร้อมในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น 1. เรื่องผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ออกมาตลอดเวลา คือทันเหตุการณ์ เพราะคนสมัยนี้รักสุขภาพมากขึ้น 2. ความพร้อมทางด้านศูนย์ฝึกอบรม และ 3. ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ จับต้องได้ พิสูจน์ได้ ฉะนั้น คนที่เข้ามาใหม่ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูก ไม่ต้องไปคิดว่าบริษัทไหนดีกว่า เพราะเขาได้ช่างใจแล้ว ว่าที่นี่เราพร้อมจริงๆ ก็อยากจะเชิญชวนคนใหม่ให้มาที่ มิทเชลล์ เพราะเรามีความพร้อมจริงๆ หากคุณมีความมุ่งมั่น ขยัน คุณก็จะสำเร็จจริงๆ”
ด้านนายจำรัส ราชสิงห์ กรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวถึงเทคนิคการบริหารงานเสริมว่า จริงๆ แล้วการบริหารงานไม่มีอะไรมากก็เหมือนกับธุรกิจทั่วไป เพียงแต่ว่าเราต้องอาศัยความซื่อสัตย์เป็นหลัก คือซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ต่อสมาชิก และต่อผู้บริโภค แต่ก็โชคดีที่บริษัท มิทเชลล์ เคนเนท มาร์ติน จำกัด เรามีสินค้าคุณภาพและโดดเด่น ซึ่งได้วิจัยร่วมกับสถาบันที่มีชื่อของเมืองไทย คือสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โดยมี ดร.เพิ่มพงษ์
ศรีประเสริฐศักดิ์ เป็นหัวหน้าทีมวิจัย เพราะความเชื่อถือเชื่อมั่น
เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจขายตรง นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้เร็ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การบริหารงานขายตรงจะต้องอาศัยเทคนิคหลายอย่าง อ่อนไปก็ไม่ได้ แข็งไปก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นมันจะต้องพอเหมาะพอดี รวมถึงเรื่องการจ่ายคอม
มิชชั่นที่ตรงเวลา ตรงนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้มากมายขนาดนี้
และสำหรับทีมบริหารที่มีอยู่ทั้ง 3 คน ถามว่ามีการขัดแย้งกันหรือไม่ คงต้องบอกว่า ไม่ ถึงแม้จะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ถ้ามติ 2 คนยกมือก็ถือว่าโอเค. เมื่อเราเคารพมติซึ่งกันและกันก็จะไม่มีปัญหาอะไร เพราะถือว่าการช่วยกันดูแลและร่วมกันบริหาร 3 คน ก็ย่อมดีกว่าคนๆ เดียวในการตัดสินใจ วันนี้จึงทำให้ทีมบริหารมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อเรารวมแนวคิดเป็นหนึ่งเดียวก็ถือว่าสุดยอด
ล่าสุด มิทเชลล์ ได้ซื้ออาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ก็เพื่อความสะดวกให้กับสมาชิก เพื่อเป็นศูนย์กลางและเป็นศูนย์สมาชิกทั่วประเทศ และได้ซื้อที่จอดรถเพิ่มรวมค่าตกแต่งกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นตึกสูง 8 ชั้น ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการรองรับสมาชิก อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้การขยายตัวมากระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ มากเกินไป เราจึงกระจายสาขาไปทั่วทุกมุมของ
กรุงเทพฯ อาทิ สาขารังสิต บางแค สมุทรปราการ รวมถึงสาขาต่างจังหวัด ปัจจุบันก็มีมากกว่า 15 สาขา ซึ่งเป็นการลงทุนโดยบริษัททั้งหมด และในปีนี้มีแผนในการขยายงานเพิ่มในต่างจังหวัดอีก 5 สาขา และกรุงเทพฯ อีก 2 สาขา
“สำหรับการลงทุนทุก
อย่างใน มิทเชลล์ ต้องบอกว่าเราซื้อด้วยเงินสด เพราะไม่อยากเป็นหนี้ เพราะว่าการทำธุรกิจกับบรรยากาศการลงทุนในบ้านเรา มองแล้วมีความเสี่ยงและมีความน่ากังวลอยู่ไม่น้อย นี่คือเหตุผลที่เราไม่อยากเป็นหนี้ คือเราสามารถพัฒนาได้โดยไม่จำเป็นต้องกู้ยืม เพราะเรามีเงินทุนและงบฉุกเฉินที่เพียงพอในการหมุนธุรกิจ”
ส่วนความคืบหน้าในตลาดต่างประเทศ ล่าสุดก็มีสมาชิกนำเข้าไปจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเขาชื่นชอบในคุณภาพสินค้า หลังจากได้ทดลองทานผลิตภัณฑ์ของเราในตัว อายูร่า พิ้งค์ เลดี้ เพื่อไปเจาะกลุ่มคนไทยกับลาวในอเมริกาเป็นหลัก
เปิดห้องสัมมนา-รีสอร์ทใหญ่
ยุทธวิธีสร้างฐานผู้นำ-สมาชิกรวย
ทางด้าน นายภูธณกล
ศรีปรางค์ กรรมการบริหาร หนึ่งในคณะทีมผู้บริหารคนสำคัญของ
มิทเชลล์ กล่าวต่อถึงเรื่องแผนการจ่ายโบนัสว่า สำหรับ มิทเชลล์ แผนการจ่ายแบบโบนัสก็ไม่ต่างจากที่อื่น เพียงแต่ว่าเราอาศัยหลักการทำธุรกิจที่ง่ายๆ ต้องบอกว่าง่ายที่สุดแล้วสำหรับแผนขายตรง ซึ่งที่เรารู้จักกันในนาม แผนไบนารี่ ที่มี 2 สายงาน คือซ้าย-ขวา จับคู่จ่าย ที่สำคัญที่สุดทุกบริษัทพยายามมองหาจุดอ่อนของแผน แต่ที่นี่ต่างจากบริษัทอื่นตรงที่ว่า ไม่ต้องรักษายอด ไม่มีการบังคับซื้อ
แถมยังไม่มีคูปองมาแลกซื้อ
สินค้า
ส่วนปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการบริหารงานแล้วทำให้ มิทเชลล์ สำเร็จในวันนี้ ก็คงเหมือนกับคุณจำรัสที่ได้บอกไว้ นั่นคือ ต้องซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่ใช่สองเดือนสามเดือนก็ปรับแผนใหม่ ขอย้ำว่าของเรานั้นไม่มี มีแต่ทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ระบบการจ่ายก็ตรง ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุดในการบริหารงาน ล่าสุดเราเจอปัญหาเกี่ยวกับสินค้าเลียนแบบ ผลจากการตรวจสอบ ของปลอมนั้นทำให้เหมือนนั้นยาก แต่อาจจะใช้ชื่อที่คล้ายๆ กัน เช่น อายูร่า พิ้งค์ เลดี้ ก็ตัดคำว่า “อายูร่า” ออกไป ฉะนั้น จึงอยากฝากถึงผู้บริโภคว่า สินค้าของเราต้องมีคำว่า “อายูร่า” หรือ “มิทเชลล์” นำหน้าเท่านั้น เช่น อายูร่า พิ้งค์ เลดี้ หรือมิทเชลล์ สปารค์และมีชนิดน้ำเพียงอย่างเดียว ไม่มีชนิดเม็ด เพราะสรรพคุณ ของน้ำสามารถดูดซึมง่ายและได้ผลไว
ซึ่งสินค้าของบริษัททุกตัวที่ผลิตออกมา จะผ่าน อย.
ทั้งหมด ไม่มีการลักไก่ผู้บริโภค เนื่องจากองค์การอาหารและยาเขาตรวจเข้มอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่น่าห่วง เพราะเราทำธุรกิจแบบเปิดกว้าง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่สำคัญเรายืนอยู่ภายใต้นโยบายความถูกต้องเป็นที่สุด
ถามว่า แล้ว มิทเชลล์ มีสินค้าอะไรที่โดดเด่นในวันนี้ ต้องบอกว่าโดดเด่นทุกตัว ส่วนตัวที่เด่นกว่าและเด่นที่สุด คือ “อายูร่า พิ้งค์ เลดี้” กล่องสีชมพู ส่วนผลิตภัณฑ์ตัวอื่นที่เพิ่มเข้ามาก็เกิดจากความศรัทธาในตัวผลิตภัณฑ์เดิม ซึ่งผู้บริโภคใช้แล้วได้ผล ก็มี อายูร่าไวแลค เวอร์ชั่น 8, อายูร่า ไวแลค เวอร์ชั่น 9 รวมถึง มิทเชลล์ สปาร์ค ซึ่งเรามีหลายผลิตภัณฑ์ด้วยกันที่มีการแยกกลุ่ม แยกวัตถุประสงค์ของผู้บริโภคชัดเจน
ยังผลให้ยอดขาย “อายูร่า พิ้งค์ เลดี้” เติบโตมากที่สุด จนต้องยกเครดิตให้ผู้หญิง เพราะเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับมดลูก คือเท่าที่สังเกตจะพบว่าผู้หญิงเขาทำงานเก่งพอตัว ที่สำคัญเขามีลูกอึดเยอะ ซึ่งต่างจากการทำงานของผู้ชายที่มักจะเน้นเรื่องของทำงานเป็นทีม แต่การบุกไปถึงบ้านลูกค้าส่วนมากจะเป็นผู้หญิง ส่วนบทบาทผู้ชายบ้างก็อาสาเป็นโชเฟอร์ สรุปแล้วภาพที่เห็น สมาชิกเขามักการทำงานกันเป็นแบบครอบครัว อยู่กันแบบครอบครัว และรักใคร่สามัคคีกันดี
และในอนาคตคาดว่าสินค้าเหล่านี้ จะเข้าไปแทรกซึมตลาดระดับชาวบ้านได้อีกมาก เพราะดูจากตัวเลขสมาชิกแล้วมีอยู่ประมาณ 3-4 แสนรหัส แต่ประชาชนที่มีกำลังซื้อตกประมาณ เกือบ 30 ล้านคน ตลาดยังมีช่องว่างให้แทรกได้อีกเยอะ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ของเราจำหน่ายใน ราคาย่อมเยา ซึ่งตรงนี้เป็นตัวลุย
เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อน้อย ขนาด 750 CC ราคาขวดละ 900 บาท ขนาดเล็ก 150 CC ราคาอยู่ที่ 30 บาท ทำให้เราสามารถเจาะรากหญ้าได้ เพราะฉะนั้นเรามีโอกาสบุกทะลวงได้อีกมาก ส่วนค่าสมัครจ่ายเพียง 350 บาทก็สามารถทำได้ตลอดชีพ
ปัจจุบันบริษัทฯ มีการวางแผนเสริมโดยเฉพาะเรื่องการตลาด จะต้องนำหน้าทุกเรื่อง ถึงแม้ที่ผ่านมาจะเป็นการทำกลยุทธ์เฉพาะหน้า แต่กลยุทธ์
มิทเชลล์ ตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา เราก็เปิดกลยุทธ์การตลาดมาตลอด ตรงนี้แหล่ะเป็นการสร้างศรัทธา
ให้เกิด ยังให้ผลการดำเนินงานพุ่งพรวด แม้กลยุทธ์การตลาดจะไม่ต่างจากที่อื่น แต่เราเติมความใส่ใจ รวมถึงเรื่องการฝึกอบรม-เทรนนิ่ง เนื่องจากยุทธศาสตร์ MLM จะต้องมีอารมณ์ร่วมด้วย ดังนั้น เราจึงเติมจุดนี้ลงไปให้เต็ม ฉะนั้น เมื่อทุกคนเกิดอารมณ์ร่วมที่ว่า แม่ทีมจะมีความรู้สึกคึกคักตาม ก็อยากทำงาน จึงต้องสร้างความฮึกเหิมตลอดเวลา ในขณะที่ฐาน
ผู้บริโภคเราก็ต้องสร้างความ
เชื่อมั่น ทั้งในตัวบริษัทและตัวผลิตภัณฑ์ ที่พึงกระทำอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น ตารางการบุกตลาดต่างจังหวัดจะต้องมีตลอด โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์มีตารางแน่นเอี๊ยดทั้ง 4 ภาค ส่งผลให้อัตราการเติบโตของสมาชิกเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 20,000 คน เมื่อเทียบกับปีที่แล้วโตขึ้นประมาณ 40% นับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา เหตุผลที่มียอดสมาชิกเติบโตมากขนาดนี้ ก็เนื่องมาจากความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ทั้งเรื่องของผลิต ภัณฑ์ ความมั่นคงบริษัท ทั้ง
โรงงานผลิต อาคารสำนักงานเป็นของตนเอง รวมถึงทีมผู้บริหารที่เหนียวแน่น และสิ่งที่ทำให้ฮึกเหิมหนัก นั่นคือ การจัดกิจกรรม เพื่อแจ้งให้ทุกคนรับรู้ว่าบริษัทมีความก้าวหน้าตลอด เมื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและผู้นำได้ เขาก็พร้อมที่จะรุกไปข้างหน้า นี่คือสิ่งที่ทำให้เราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมียอดที่ดีกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราเติบโตไปได้สวยมาก
สำหรับแผนปฏิบัติการในส่วนการฝึกอบรมสมาชิก ขณะนี้มีหลายหลักสูตรด้วยกัน ทั้งหลักหลักสูตรผู้นำ การฝึกในเรื่องของการพูด โดยเริ่มจากการฝึกผู้นำ จากนั้นก็มาสร้างหลักสูตรให้กับคนใหม่ๆ 3 สเต็ปท์ ด้วยกันคือ 1. หลักสูตร “ซิลเวอร์ สตาร์ท” (Silver Start) เหมาะสำหรับคนใหม่ที่ไม่เป็นอะไรเลย มาเรียนรู้บริษัท เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ เพราะผลิตภัณฑ์ของเรามีจุดเด่นที่แตกต่างจากที่อื่น รวมถึงต้องเรียนรู้แผนการตลาดแบบเจาะลึก
สเต็ปท์ที่ 2. เมื่อเราเรียนรู้หลักสูตรพื้นฐานหมดแล้ว ก็มีหลักสูตรที่เราเรียกว่า “โกลด์ รันนิ่ง”
( Gold Running)
ก็คือคอร์สพื้นฐานฝึกในเรื่องของการทำงานที่เป็นระบบขายตรงจริงๆ 3. ไดมอนด์ ซัคเซส (Diamond Success) เป็นหลักสูตรที่สร้างบุคลิกภาพ เทรนให้ผู้นำเป็นบุคคลที่สุดยอด เพื่อจะมาเป็นแม่แบบฝึกคนอื่นต่อไป ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ที่ประสบความสำเร็จ ที่มีรายได้หลักล้าน หลักแสน หลักหมื่น เยอะมากใน มิทเชลล์ คือ
รวมๆ แล้วยอดที่หลักล้านขึ้นไปเกินกว่า 100 คน ซึ่งเขาได้กันจริงๆ ไม่ใช่การสร้างภาพ เพราะโดยมากแล้วผู้นำที่นี่เค้าถ่อมตน อยู่แบบพอเพียง แต่ถ้าไปดูที่บ้านของแต่ละคน จะมีบ้าน มีรถใหม่ขับกันเป็นว่าเล่น
“นี่คือ คุณค่าของธุรกิจขายตรงที่เขาเรียกว่า มหัศจรรย์ คือไม่ต้องลงทุนมาก ไม่ต้องไปสร้างโรงงาน ไม่ต้องบริหาร และ ไม่ต้องแก้ปัญหา หากเราเป็นมืออาชีพบริษัทก็มีพร้อมทุกอย่าง
ไว้คอยรองรับ เพียงแต่คุณมีตัว
กับหัวใจเดินเข้ามาก็เพียงพอ
พื้นที่นี้ยังว่างรอให้คุณสำเร็จ
อีกเยอะ”
สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากถึงภาครัฐ อยากให้เข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ เพราะธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพหนึ่งที่สุจริต อยากให้ช่วยโปรโมทธุรกิจขายตรงเหมือนกับประเทศที่เจริญแล้ว โดยภาครัฐมีหน้าที่เข้ามาช่วยส่งเสริม รวมถึงเรื่องของภาษีของนักธุรกิจอิสระ อยากให้ใช้ระบบภาษีที่ใกล้เคียงกับนักแสดง เพราะว่านักธุรกิจอิสระเขามีรายได้เยอะ
ก็จริงแต่ก็มีรายจ่ายเยอะมาก แต่ปัจจุบันเกณฑ์การลดหย่อนภาษีรายได้เหมือนบุคคลทั่วไป จึง
อยากให้ภาครัฐพิจารณาตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญอีกด้วย
ที่มา:
http://www.taladvikrao.com/225/225mlm01.html